“แก่นตะวัน” พืชไร่พันธุ์ใหม่ สมุนไพรมหัศจรรย์ สรรพคุณหลากหลาย,จำหน่ายหัวแก่นตะวันอบแห้ง,จำหน่ายหัวแก่นตะวันสด,จำหน่ายหัวแก่นตะวันแคปซูล,หัวพันธุ์แก่นตะวัน

หัวแก่นตะวัน ช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือด,ช่วยในการควบคุมน้ำหนักตัว,ช่วยแก้อาการท้องผูก,ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด,ช่วยลดสารก่อมะเร็งบางชนิด เช่น ไนโตรซามีน จากไส้กรอก แหนม ฯลฯ จึงมีบทบาทป้องกันมะเร็ง,ช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอลในเลือด โดยเพิ่มอัตราการสลายของน้ำดีทิ้งไปกับอุจจาระ ทำให้โคเลสเตอรอลถูกกำจัดทิ้งมากขึ้น จึงลดไขมันในเลือดได้ และช่วยป้องกันโรคของหลอดเลือด,มีรายงานว่าแบคทีเรียตัวดี บรรเทาอาการของโรคเรื้อนกวาง ผื่นแพ้ เรื้อรัง โรคภูมิแพ้ ไมเกรน เก๊าท์ โรคข้อและข้อรูมาติกส์ มะเร็ง อาการทางระบบย่อย-ท้องอืดเฟ้อ ท้องผูกสลับท้องเสีย ฯลฯ และทางเดินปัสสาวะอักเสบ เป็นต้น

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ www.แก่นตะวัน.com เป็นเวปที่ให้ความรู้เกี่ยวกับหัวแก่นตะวันและพร้อมทั้งจำหน่ายหัวแก่นตะวันอีกด้วยสินค้าใหม่และสดรสชาติอร่อยหวานมันทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คนป่วย เราเน้นสินค้าที่มีคุณภาพ ราคาเหมาะสม ขายทั้งปลีกและส่ง สั่งเยอะราคาลดลงตามจำนวนพร้อมของแถมที่ไม่มีใครกล้าแถมเหมือนเรา และขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่อุดหนุนร้านของเราตลอดมา

Posts Tagged ‘ขายหัวแก่นตะวันสด’

ภาวะน้ำหนัก เกิน และโรคอ้วนเป็นปัญหาใหญ่ที่พบมากขึ้นในประชากรยุคปัจจุบัน และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไข เนื่องจากโรคอ้วนนั้นทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆเพิ่มขึ้น เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง การลดความอ้วนที่ได้ผลดีที่สุดคือ การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม การใช้ยาลดความอ้วนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นำมาใช้เสริมในกรณีที่ผู้ป่วยโรค อ้วนได้ผ่านวิธีการลดความอ้วนด้วยตนเองแล้วแต่ไม่สามารถลดน้ำหนักได้ หรือในกรณีที่ผู้ป่วยอ้วนจนเกิดปัญหาแทรกซ้อนต่อสุขภาพ หากปล่อยไว้ โรคอ้วนที่ผู้ป่วยเป็นอยู่นั้นอาจเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิต

ยาที่องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USFDA) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทยรับรองให้ใช้เป็นยาลดความอ้วน ได้แก่ phentermine, diethylpropion และ orlistat แต่เนื่องจากยาบางตัวอาจนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ ทำให้มีการรับรองให้ใช้ในระยะสั้นและต้องสั่งจ่ายจากสถานพยาบาลเท่านั้น ในปัจจุบัน orlistat เป็นยาลดความอ้วนเพียงตัวเดียวที่สามารถจำหน่ายได้ในร้านยา ส่วนยา sibutramine นั้น บริษัทยาได้ขอถอนทะเบียนแล้ว เนื่องจากอาจเกิดอันตรายจากการทำให้หัวใจเต้นเร็วและผิดจังหวะได้

Orlistat คืออะไร

Orlistat เป็นยาลดความอ้วนที่มีกลไกการออกฤทธิ์โดยการยับยั้งเอนไซม์ gastric lipase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สร้างมาจากกระเพาะอาหารและยังยับยั้ง pancreatic lipase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สร้างมาจากตับอ่อน เอนไซม์เหล่านี้ทำหน้าที่ย่อยสลายไขมันจากอาหารที่อยู่ในรูปไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นไขมันที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ให้กลายเป็นกรดไขมันและกลีเซอรอลซึ่งมี ขนาดโมเลกลุเล็กลง เมื่อเอนไซม์ถูกยับยั้งจึงทำให้ไขมันยังคงอยู่ในลักษณะที่เป็นโมเลกุลใหญ่ จึงไม่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ ทำให้เกิดการขับถ่ายเป็นไขมันออกทางอุจจาระ ดังนั้น orlistat จะออกฤทธิ์ได้ก็ต่อเมื่อมีอาหารที่มีไขมันอยู่เท่านั้น ไม่ว่าไขมันจะอยู่ในอาหาร นม หรือน้ำมันก็ตาม Read More…

สุนัขของผมไม่ทราบว่าไปกินอะไรมา เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง ถ่ายมีแต่น้ำ ถ่ายหลายครั้งมากจนเดินไปถ่ายไม่ไหว หรือหมดแรงเดินขาอ่อนแรงเดินไม่ไหวยกตัวไม่ขึ้น ผมสงสารน้องหมามาก เพราะว่ามันเป็นเวลากลางคืน ผมจึงตัดสินใจ ว่า ผมจะเอาแก่นตะวันให้น้องหมากินโดย ทุบให้ละเอียด แล้วจับยัดใส่ปากมันให้มันพยายามกิน ปรากฏว่ามันหยุดถ่ายครับ มาถ่ายอีกทีตอนเช้า ที่นี่มูลของมันก็เริ่มเป็นก้อนไม่เป็นน้ำ ผมก็เลยเอาให้กินอีกรอบ หลังจากนั้นน้องหมาไม่มีอาการท้องเสียอีกเลย และก็หายจากอาการท้องเสียโดยไม่มีสาเหตุ ทำให้ผมเข้าใจแก่นตะวันมากขึ้น ดั่งคำที่ว่า ท้องเสียทำให้หยุดท้องผุทำให้ถ่าย  สุดยอดเลยครับแก่นตะวันของเราใช้ได้ทั้งคนและสัตว์ ต้องยกนิ้วให้เลยครับ ขอบอก

การควบคุมอาหารและเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยเบาหวานในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการ
ดังนั้น ผู้ป่วยจึงควรเรียนรู้เกี่ยวกับหมวดอาหารแลกเปลี่ยน เพื่อให้สามารถเลือกรับประทานอาหารได้อย่าง
ถูกต้องและปลอดภัย
โดยอาหารแลกเปลี่ยน 1 ส่วน ในหมวดเดียวกันจะให้พลังงานและสารอาหารใกล้เคียงกัน จึงสามารถรับประทานแลกเปลี่ยนกันได้
หมวดที่ 1  ข้าว แป้ง 1 ส่วน มีโปรตีน 2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี
ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกรับประทานข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้องหรือขนมปังไม่ขัดสี เนื่องจากดูดซึมช้ากว่าข้าวขาว ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลไม่ให้ขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว
หมวดที่ 2  ผัก แบ่งออกเป็นผัก ก. ให้พลังงานน้อยมาก จึงรับประทานได้ตามต้องการ ได้แก่ผักกาดขาว ผักกาดเขียว กะหล่ำปลี มะเขือเทศ แตงกวา บวบ ฟักเขียวเป็นต้น
ผัก ข. 1 ส่วน มีคาร์โบไฮเดรต 5 กรัม โปรตีน 2 กรัม ให้พลังงาน25 กิโลแคลอรี โดยผักสดมีปริมาณเท่ากับ 1 ทัพพี ส่วนผักสุกเท่ากับ 1/2 ทัพพี อาหารกลุ่มนี้มีวิตามินและใยอาหารมาก ซึ่งใยอาหารจะช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลและไขมันได้อีกทางหนึ่ง
หมวดที่ 3  ผลไม้ 1 ส่วน มีคาร์โบไฮเดรต 15 กรัมผลไม้ 1 ส่วนให้พลังงาน 60 กิโลแคลอรี ผลไม้ทุกชนิดมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกรับประทานเพียง 1 ชนิดต่อมื้อและหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานจัด เช่น ทุเรียน ละมุด ขนุน
หมวดที่ 4  เนื้อสัตว์ 1 ส่วน ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ มีโปรตีน 7 กรัมมีปริมาณแคลอรี เพิ่มตามไขมัน เป็น 35, 55, 75 และ 100 กิโลแคลอรีควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง
หมวดที่ 5  ไขมัน 1 ส่วน มีไขมัน 5 กรัม ให้พลังงาน 45 กิโลแคลอรี เทียบเท่ากับ น้ำมัน, เนย, มายองเนส 1 ช้อนชา กะทิ 1 ช้อนโต๊ะเบคอนทอด 1 ชิ้น ครีมเทียม 4 ช้อนชา เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 6 เม็ดถั่วลิสง 10 เม็ด
ในการประกอบอาหารควรเลือกใช้น้ำมันพืชเนื่องจากไม่มีคอเลสเตอรอล หลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารใส่กะทิและเบเกอรี่ต่างๆ
หมวดที่ 6  นม 1 ส่วน หรือประมาณ 240 มล. จะมีโปรตีน 8 กรัมคาร์โบไฮเดรต 12 กรัม ส่วนปริมาณพลังงานแตกต่างกัน ตามปริมาณไขมันในนมชนิดนั้นๆ โดยนมสด มีไขมัน 8 กรัม ให้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี นมพร่องมันเนย มีไขมัน 5 กรัม ให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรีนมขาดมันเนย มีไขมัน 0-3 กรัม ให้พลังงาน 90 กิโลแคลอรี
ผู้ป่วยควรเลือกดื่มนมพร่องมันเนยหรือนมขาดมันเนย รวมถึงหลีกเลี่ยงนมปรุงแต่งรสและนมเปรี้ยวพร้อมดื่ม เนื่องจากมีการเติมน้ำตาล
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วนควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และหลากหลายชนิดสับเปลี่ยนกัน
ที่มา : โรงพยาบาลรามคำแหง

เบาหวาน เป็นโรคที่ก่อให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงกว่าปกติ จึงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคตามอวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
รวมไปถึงดวงตา เนื่องจากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นนั้น ได้สร้างความเสียหายให้กับเส้นเลือดขนาดเล็กในทุกส่วนของร่างกายผู้ป่วย โดยเส้นเลือดขนาดเล็กเหล่านี้ บางเส้นจะเปราะแตกทำให้เกิดเลือดออก หรือเส้นเลือดบางเส้นอาจเกิดการรั่วซึม ทำให้จอประสาทตาบวมขณะที่เส้นเลือดบางเส้นจะเกิดการอุดตันทำให้จอประสาทตา ขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงจึงทำให้เสื่อมสภาพลง หากการรั่วซึมของเส้นเลือด หรือขาดเลือดหล่อเลี้ยง ก็จะทำให้จอประสาทตาบริเวณจุดภาพชัดบวมน้ำ ซึ่งจะส่งผลให้ตามัวลงอย่างรวดเร็ว
อ.นพ.ณวัฒน์ วัฒนชัย หน่วยจอตาและวุ้นตา ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กล่าวว่า อาการของผู้ป่วยที่เป็นภาวะจุดภาพชัดบวมน้ำจากเบาหวาน จะมีอาการดังนี้ คือ ตาจะมัวลง อาจเห็นเหมือนมีเงาดำๆ บังอยู่ตรงกลาง เนื่องจากบริเวณจุดภาพชัดที่บวมน้ำรับภาพได้ลดลง เห็นภาพวัตถุในลักษณะบิดเบี้ยวไป เนื่องจากเกิดการบวม และขรุขระของผิวจุดภาพชัด การรับรู้สีบกพร่องไป อาจเป็นไปในลักษณะความผิดเพี้ยนของการรับรู้สี หรือสีซีดจางลง
ในส่วนของการรักษา ทางจักษุแพทย์จะตรวจตาผู้ป่วยเบาหวานเป็นระยะ เพื่อตรวจหาและประเมินระยะของโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตา และตรวจหาภาวะจุดภาพชัดบวมน้ำจากเบาหวาน เพื่อพิจารณาทางเลือกการรักษา เช่น การฉายเลเซอร์รักษาภาวะจุดรับภาพบวม การฉีดยาเข้าในตาหรือรอบลูกตา และการผ่าตัด
สำหรับภาวะจุดภาพชัดบวมน้ำจากเบาหวานมีหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบจะตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ ได้แตกต่างกัน จักษุแพทย์จะประเมินลักษณะของจุดภาพชัดที่บวมน้ำ และเสนอทางเลือกการรักษาที่เหมาะสมที่สุดให้แก่ผู้ป่วย อาจมีการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เพื่อนำไปเป็นข้อมูลประกอบในการวินิจฉัยโรค หรือช่วยตัดสินทางเลือกในการรักษา เช่น การฉีดสีตรวจจอประสาทตา การตรวจจอประสาทตาด้วยเลเซอร์
1.การรักษาด้วยการฉายเลเซอร์ จะเป็นการใช้แสงเลเซอร์ปิดเส้นเลือดที่รั่วซึมที่จอประสาทตา เพื่อลดการบวมของจุดภาพชัดโดยการฉายเลเซอร์นั้นจะไม่ก่อให้เกิดแผลภายนอก เนื่องจากใช้แค่ยาหยอดขยายม่านตา และยาชาเท่านั้น โดยผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังการรักษา และล้างหน้าได้ตามปกติ ในผู้ป่วยบางรายที่มีการเจ็บปวด ในขณะฉายเลเซอร์นั้น อาจต้องใช้ยาชาชนิดฉีดเพิ่มเติม โดยการฉายเลเซอร์ในผู้ป่วยแต่ละรายนั้น อาจมีจำนวนครั้งในการฉายเลเซอร์ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม
2.การฉีดเข้าในตา มักใช้ในกรณีผู้ป่วยที่มีจุดรับภาพบวม และไม่ตอบสนองการรักษาด้วยเลเซอร์ หรือบวมในลักษณะที่การรักษาด้วยเลเซอร์ให้ผลในการรักษาน้อย ทั้งนี้การฉีดยาเข้าในตา อาจจะทำเพียงครั้งเดียวหรือต้องทำหลายครั้งก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วย ในผู้ป่วยบางรายอาจต้องทำการรักษา ทั้งการฉายเลเซอร์ และการฉีดยาเข้าในตาร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการรักษา
3.การผ่าตัดรักษาจอประสาทตา มักใช้กับภาวะจุดภาพชัดบวมน้ำที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการฉายเลเซอร์ หรือการฉีดยา หรือมีการบวมน้ำ เนื่องจากมีพังผืดดึงรั้งจุดภาพชัดอยู่ โดยการรักษาแบบนี้ต้องทำในห้องผ่าตัด อาจทำได้โดยการฉีดยาชา หรือดมยาสลบ ทำให้ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เพื่อสังเกตอาการ การรักษาด้วยวิธีผ่าตัดนี้ จะทำให้ตาแดง ปวดเคือง น้ำตาไหล และอาจทำให้การมองเห็นมัวลงในระยะ2-3 สัปดาห์แรก แล้วจะค่อยทุเลาลงเรื่อยๆหลังจากนั้นผู้ป่วยจะต้องใช้ยาหยอด และรับประทานยาหลังการผ่าตัดอีกด้วย ในผู้ป่วยบางรายอาจต้องมีการผ่าตัดมากกว่า 1 ครั้ง
สำหรับวิธีการป้องกันภาวะจุดภาพชัดบวมน้ำจากเบาหวาน คือ
1.ผู้ป่วยเบาหวานทุกราย ควรได้รับการตรวจกับจักษุแพทย์ เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน แม้จะไม่มีอาการตามัวและตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ
2.ควรทดสอบการมองเห็นของตาทีละข้าง โดยปิดตาข้างใดข้างหนึ่งแล้วใช้ตาข้างเดียวมอง ทำสลับกันทั้งสองข้าง หากพบว่าตาข้างใดข้างหนึ่งมัวลง ควรไปพบแพทย์ทันที
3.การควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตให้ดี จะลดโอกาสการเกิดลดความรุนแรงของภาวะจุดภาพชัดบวมน้ำจากเบาหวาน และทำให้โอกาสตอบสนองต่อการรักษากลับมาเห็นชัดสูงขึ้น
4.งดการสูบบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่ทำให้เส้นเลือดขนาดเล็กตีบตันมากขึ้น

สยามรัฐ [ วันที่ 27/02/2556 ]