“แก่นตะวัน” พืชไร่พันธุ์ใหม่ สมุนไพรมหัศจรรย์ สรรพคุณหลากหลาย,จำหน่ายหัวแก่นตะวันอบแห้ง,จำหน่ายหัวแก่นตะวันสด,จำหน่ายหัวแก่นตะวันแคปซูล,หัวพันธุ์แก่นตะวัน

หัวแก่นตะวัน ช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือด,ช่วยในการควบคุมน้ำหนักตัว,ช่วยแก้อาการท้องผูก,ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด,ช่วยลดสารก่อมะเร็งบางชนิด เช่น ไนโตรซามีน จากไส้กรอก แหนม ฯลฯ จึงมีบทบาทป้องกันมะเร็ง,ช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอลในเลือด โดยเพิ่มอัตราการสลายของน้ำดีทิ้งไปกับอุจจาระ ทำให้โคเลสเตอรอลถูกกำจัดทิ้งมากขึ้น จึงลดไขมันในเลือดได้ และช่วยป้องกันโรคของหลอดเลือด,มีรายงานว่าแบคทีเรียตัวดี บรรเทาอาการของโรคเรื้อนกวาง ผื่นแพ้ เรื้อรัง โรคภูมิแพ้ ไมเกรน เก๊าท์ โรคข้อและข้อรูมาติกส์ มะเร็ง อาการทางระบบย่อย-ท้องอืดเฟ้อ ท้องผูกสลับท้องเสีย ฯลฯ และทางเดินปัสสาวะอักเสบ เป็นต้น

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ www.แก่นตะวัน.com เป็นเวปที่ให้ความรู้เกี่ยวกับหัวแก่นตะวันและพร้อมทั้งจำหน่ายหัวแก่นตะวันอีกด้วยสินค้าใหม่และสดรสชาติอร่อยหวานมันทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คนป่วย เราเน้นสินค้าที่มีคุณภาพ ราคาเหมาะสม ขายทั้งปลีกและส่ง สั่งเยอะราคาลดลงตามจำนวนพร้อมของแถมที่ไม่มีใครกล้าแถมเหมือนเรา และขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่อุดหนุนร้านของเราตลอดมา

Posts Tagged ‘ขายหัวแก่นตะวัน’

สรรพคุณของแก่นตะวัน

  1. ชาวอินเดียนแดงปลูกต้นแก่นตะวันไว้รับประทานหัว โดยมีสรรพคุณช่วยทำให้เจริญอาหาร
  2. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยลดการติดเชื้อ เพราะสารอินนูลินจะช่วยลดปริมาณของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดิน อาหาร อย่างเชื้ออี.โคไล (E.Coli) และโคลิฟอร์ม (Coliforms) และในขณะเดียวกันยังไปช่วยเพิ่มการทำงานของแบคทีเรียกลุ่มที่เป็นประโยชน์ ต่อร่างกายให้เจริญเติบโตดีขึ้นอีกด้วย เช่น บิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria) และแลคโตบาซิลัส (Lactobacillus)
  3. ช่วยป้องกันอาการภูมิแพ้ การแพ้อาหาร โดยเฉพาะในเด็ก
  4. แก่นตะวันลดความอ้วน ช่วยลดน้ำหนักและความอ้วน ภายในหัวจะมีน้ำประมาณ 80% และมีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 18% ซึ่งคาร์โบไฮเดรตส่วนใหญ่จะเป็นอินนูลิน (Inulin) ซึ่งอินนูลินเป็นสารเยื่อใยอาหารที่ให้ความหวานได้ แต่จะไม่ถูกย่อยในกระเพาะและลำไส้เล็ก จึงสามารถอยู่ในระบบทางเดินอาหารได้นาน จึงช่วยทำให้ไม่รู้สึกหิว ทำให้รับประทานอาหารได้น้อย สามารถช่วยควบคุมพลังงานที่ได้รับต่อวันได้เป็นอย่างดี จึงช่วยลดความอ้วนและป้องกันโรคเบาหวานไปด้วยในตัว ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าหนูที่ได้รับสารนี้เป็นเวลา 3 สัปดาห์ น้ำหนักตัวของมันจะลดลงมากกว่าหนูปกติถึง 30% โดยดร.ครรชิต จุดประสงค์ นักวิชาการประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังระบุด้วยว่าแก่นตะวันสามารถช่วยลดความอ้วนได้ดีกว่าพืชลดความอ้วนชนิด อื่นๆ ที่คนไทยรู้จักกันดีเมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน อย่างเช่น หญ้าหมาน้อย หัวบุก และเม็ดแมงลัก เป็นต้น
  5. ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากแก่นตะวันมีสารประกอบเชิงซ้อนกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานต่ำ กว่าคาร์โบไฮเดรตทั่วไป มีลักษณะคล้ายแป้ง แต่มีคุณสมบัติในการรักษาสมดุลของสารอาหารที่รับประทาน โดยสามารถรับประทานได้มากขึ้น แต่ยังช่วยคงระดับพลังงานให้คงที่ได้ ทำให้รู้สึกอิ่มนาน ซึ่งไม่เหมือนกับแป้งทั่วไปที่ร่างกายย่อยสลายแล้วถูกดูดซึมเข้าไปสะสมเป็น ไขมันแล้วทำให้อ้วน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาภาวะน้ำหนักเกิน
  6. ช่วยป้องกันไขมันในเลือดสูง เพราะเส้นใยของแก่นตะวันจะช่วยดูดซับน้ำมันและน้ำตาลที่เรารับประทานเกินไว้ ไม่ว่าจะเป็นคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ หรือไขมันเลว ที่เรารับประทานเข้าไปทิ้งออกทางอุจจาระ และยังมีงานวิจัยที่ระบุว่าผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไดร์สูง หากได้รับอินนูลินเป็นประจำก็จะช่วยทำให้ไขมันในเส้นเลือดลดลงได้ Read More…

สุนัขของผมไม่ทราบว่าไปกินอะไรมา เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง ถ่ายมีแต่น้ำ ถ่ายหลายครั้งมากจนเดินไปถ่ายไม่ไหว หรือหมดแรงเดินขาอ่อนแรงเดินไม่ไหวยกตัวไม่ขึ้น ผมสงสารน้องหมามาก เพราะว่ามันเป็นเวลากลางคืน ผมจึงตัดสินใจ ว่า ผมจะเอาแก่นตะวันให้น้องหมากินโดย ทุบให้ละเอียด แล้วจับยัดใส่ปากมันให้มันพยายามกิน ปรากฏว่ามันหยุดถ่ายครับ มาถ่ายอีกทีตอนเช้า ที่นี่มูลของมันก็เริ่มเป็นก้อนไม่เป็นน้ำ ผมก็เลยเอาให้กินอีกรอบ หลังจากนั้นน้องหมาไม่มีอาการท้องเสียอีกเลย และก็หายจากอาการท้องเสียโดยไม่มีสาเหตุ ทำให้ผมเข้าใจแก่นตะวันมากขึ้น ดั่งคำที่ว่า ท้องเสียทำให้หยุดท้องผุทำให้ถ่าย  สุดยอดเลยครับแก่นตะวันของเราใช้ได้ทั้งคนและสัตว์ ต้องยกนิ้วให้เลยครับ ขอบอก

EJ701561791TH รำพึง สีดา แคปซูล 4 กระปุก
EJ701561805TH นันทิกร บางนา แคปซูล 2 กระปุก
EJ701561814TH ประทับจิตร แคปซูล 3 กระปุก
EJ701561828TH อัครวัฒน์ ขอนแก่น แคปซูลแก่นตะวันทอง 10 กระปุก
EJ701561931TH ศิริกาญจน์ ยานนาวา อบแห้ง 1 กก.
EJ701561845TH ประภาส กระทุ่มแบน แคปซูล 2 กระปุก อบแห้ง 0.5 กก.
RG696263696TH ดวงกมล ลาดพร้าว แคปซูล 1 กระปุก
คุณโต แมคโคร นครราชสีมา หัวสด 20 กก.
คุณแต๋ว สรรพกร นครราชสีมา หัวสด 10 กก.

โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease)
ถูกค้นพบครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ.1817 โดย ดร.เจมส์ พาร์กินสัน อายุรแพทย์ชาวอังกฤษ แต่มาพูดถึงกันมากขึ้นเมื่อมาเป็นกับคนดังอย่างอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน และนักแสดงไมเคิล เจ ฟ็อกซ์ อัตราการเป็นโรคพาร์กินสันของเมืองไทยและทั่วโลก คือใน 1,000 คนจะเป็นโรคพาร์กินสัน 3 คน โรคนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและเพศหญิง แต่ก็มีผู้ป่วยประมาณ 5-10% ที่มีอายุในช่วง 40 ปีหรือต่ำกว่านั้น

สาเหตุของโรคพาร์กินสัน
โรคพาร์กินสันเกิดจากการขาดสารโดปามีนในสมอง เนื่องจากเซลล์สมองส่วนที่ผลิตโดปามีนเสื่อมหรือตายไป สารโดปามีนมีความสำคัญต่อการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย เมื่อ 80% ของการสร้างโดปามีนในสมองเริ่มเสื่อมถอยลง อาการของโรคพาร์กินสันก็จะเกิดขึ้น

ปัจจุบันแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคนี้ สันนิษฐานว่าการเสื่อมหรือตายของเซลล์สมองอาจเกิดขึ้นเองจากความชราภาพของ สมอง หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้แก่

– การรับประทานยาบางชนิด เช่น ยากล่อมประสาท ยารักษาความผิดปกติทางจิตบางชนิด หรือยาลดความดันโลหิตสูงที่ออกฤทธิ์กดหรือต้านการสร้างสารโดปามีน
– โรคหลอดเลือดในสมองอุดตัน ทำให้เซลล์สมองที่สร้างสารโดปามีนมีจำนวนน้อยลงหรือหมดไป
– สมองขาดออกซิเจน เช่น ผู้ป่วยที่จมน้ำ ถูกบีบคอ หรือมีการอุดตันในทางเดินหายใจจากเสมหะหรืออาหาร
– สมองอักเสบ เนื้องอกในสมอง
– การได้รับสารพิษที่ทำลายสมอง เช่น แมงกานีสในโรงงาน พิษจากสารคาร์บอนมอนนอกไซด์
– อุบัติเหตุที่ทำให้ศีรษะถูกกระทบกระเทือน หรือศีรษะถูกกระแทกบ่อยๆ เช่น อาชีพนักมวย
– โรคทางพันธุกรรม เช่น โรควิลสัน ซึ่งเป็นโรคตับพิการร่วมกับโรคสมอง เนื่องจากมีธาตุทองแดงไปเกาะในตับและสมองมากจนเป็นอันตราย ทำให้เซลล์สมองเสื่อมได้

อาการของโรคพาร์กินสัน
โรคพาร์กินสันจะมีอาการแสดงของโรคมากน้อยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอายุของผู้ป่วย ระยะเวลาการเป็นโรค และภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา อาการของโรคจะมีลักษณะเด่น คือ

อาการสั่น ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของโรค โดยจะมีอาการสั่นมากเวลาอยู่นิ่งๆ แต่ถ้าเคลื่อนไหว อาการสั่นจะลดลงหรือหายไป ซึ่งจะตรงข้ามกับอาการสั่นของผู้สูงอายุทั่วไปที่จะสั่นมากเวลาเคลื่อนไหวทำ งาน แต่เมื่ออยู่เฉยๆ จะไม่มีอาการสั่น อาการสั่นของโรคอาจเริ่มเกิดขึ้นที่มือ แขน ขา คาง ศีรษะ หรือลำตัว ระยะแรกอาจเกิดข้างเดียวก่อน ต่อมาจะมีอาการทั้งสองข้าง

อาการเกร็ง จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะแขน ขา และลำตัว โดยที่ไม่ได้เคลื่อนไหวหรือทำงานหนักแต่อย่างใด กล้ามเนื้อจะแข็งตึงและเกร็งอยู่ตลอดเวลา ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก
จนผู้ป่วยบางรายต้องกินยาแก้ปวดเมื่อย หรือทายาบรรเทาอาการ หรือต้องบีบนวดคลายเส้นอยู่เป็นประจำ

อาการเคลื่อนไหวช้า ผู้ป่วยในระยะแรกๆ จะรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรช้าลงไปจากเดิมมาก ไม่กระฉับกระเฉงว่องไวเหมือนเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่เริ่มต้นเคลื่อนไหว

ในรายที่เป็นมากจะมีความผิดปกติของท่าทางและการทรงตัว เช่น ท่าเดินผิดปกติไป ผู้ป่วยจะมีท่าเดินที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่ผิดจากโรคอื่นๆ คือจะก้าวเดินสั้นๆ แบบซอยเท้าในช่วงแรกๆ ต่อมาจะก้าวยาวขึ้นเรื่อยๆ จนเร็วมาก และหยุดทันทีทันใดไม่ได้ และไม่สามารถบังคับทิศทางในการเดินได้ ในรายที่เป็นมากจึงพบว่ามีการหกล้มบ่อยๆ จนเกิดการบาดเจ็บได้

ผู้ป่วยจะเดินหลังค่อม เวลาเดินจะไม่สามารถแกว่งแขนไปมาได้ นั่งตัวเอียง มีสีหน้าเมินเฉย ไม่มีอารมณ์ เสียงพูดเบามากและไม่ชัดเจน เมื่อพูดนานๆ ไป เสียงจะค่อยๆ หายไปในลำคอ รวมทั้งมีน้ำลายสออยู่ที่มุมปากทั้งสองข้างและอาจไหลเยิ้มออกมาโดยไม่สามารถ ควบคุมได้

อาการแทรกซ้อนอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่
อาการท้องผูกเป็นประจำ เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวน้อย เคลื่อนไหวลำบาก ประกอบกับไม่ค่อยดื่มน้ำ ไม่รับประทานผักหรือผลไม้ และยารักษาโรคพาร์กินสันมักมีผลข้างเคียงที่ทำให้ท้องผูกได้

อาการปวด อาจปวดแบบกล้ามเนื้อเกร็ง ปวดขา ปวดหลัง หรือปวดในตำแหน่งต่างๆ ของร่างกายอย่างมาก โดยเฉพาะเวลานอน จนทำให้นอนไม่หลับ อาจต้องรับประทานยาแก้ปวด ซึ่งต้องระวังปัญหาเลือดออกในกระเพาะอาหาร รวมไปถึงอาการอ่อนเพลีย ซึ่งมักพบได้บ่อยๆ ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีงานมาก เครียดหรือกังวล ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดอาการอ่อนเพลียที่จะส่งผลต่อจิตใจได้

อาการท้อแท้และซึมเศร้า นอกจากผู้ป่วยจะมีการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองแล้ว ผู้ป่วยจะไม่สามารถกระฉับกระเฉงได้เหมือนเดิม หากขาดการดูแลเอาใจใส่ก็จะยิ่งเกิดความท้อแท้เบื่อหน่ายในชีวิตและคิดว่าตน เป็นภาระต่อครอบครัว ภาวะซึมเศร้านี้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง ผู้ป่วยอาจคิดสั้นได้ ในรายที่มีอาการมาก จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์หรือจิตแพทย์ เพื่อการบำบัดรักษาที่ถูกต้องต่อไป